x [close]
x [close]
head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 19 มกรามก 2561 เวลา 18:23 น.
ศุกร์ 19 มกราคม 2018, 18:23 น.สมาชิกล่าสุด: sawat21

ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน


ผู้เขียน หัวข้อ: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?  (อ่าน 60314 ครั้ง)

ออฟไลน์ sanwish

  • สุดยอดนักธุรกิจมืออาชีพ
  • *****
  • กระทู้: 634
  • คะแนนการแบ่งปัน 118
    • ดูรายละเอียด
Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« เมื่อ: อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2010, 22:53 น. »
อย่าตกใจไปครับ  ผมมาแยกให้ดูก่อนว่าแชร์ลูกโซ่มันเป็นยังไง และ สินค้า+แผนการตลาด เอมสตาร์ มันต่างจากลูกโซ่ยังไง

มาดูคอนเซป แชร์ กันก่อนครับ


แชร์ลูกโซ่

ยิ่งสปอนเซอร์คนเยอะ ขึ้น ยิ่งเจอคำๆนี้ใช่มั้ยครับ
แชร์ลูกโซ่เป็นยังไง อาจจะสับสนไม่น้อย  ยิ่งคนใหม่ๆมักจะแยกไม่ออก
หลายครั้งหลายครา คุณอาจได้ยินว่า แชร์ลูกโซ่ คือการเอาสินค้ามาบังหน้า โดยมีเจตนาระดมทุน
ถูก ครับ  หมายความแบบนั้นล่ะ  แล้วจะแยกออกได้ยังไงล่ะ?
ก่อนอื่นต้อง เล่าถึง บริษัททั่วไปก่อนนะครับ

บริษัททั่วไป  เปิดบริษัทมา เพื่อสร้างรายได้ ด้วยการขายสินค้า   รายได้เกิดจากสินค้าที่ถูกขับเคลื่อนไปสู่ผู้บริโภค โดยยิ่งสินค้าจะทำตลาดได้ดีและต่อเนื่อง ก็ต้องสร้างแบรนด์ให้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคครับ
แต่การทำตลาด ก็อาจแตกต่างกันไป  ซึ่งในธุรกิจ ขายตรง ก็เปลี่ยนแค่การทำตลาดเท่านั้นเอง
เจตนาก็เหมือนเดิมครับ คือขายของ สร้างรายได้เข้าบริษัท โดยแค่เปลี่ยนส่วนแบ่งการตลาด จากร้านค้าส่งปลีก เซลส์ ไปเป็นผู้บริโภคได้ส่วนนี้ไปแทน

แต่

แชร์ลูกโซ่ เจตนาไม่ได้ ต้องการเปิดมาขายของ แต่ต้องการระดมเงินครับ

เมื่อ 7ปีก่อน ผมได้ไปเจอแชร์ลูกโซ่รายหนึ่งครับ  เค้าประกาศใน นสพ หางานว่าเป็นบริษัทเปิดใหม่ รับพนักงาน

จำนวนมาก เมื่อเข้าไป ก็เจอบริษัทแห่งหนึ่งที่เป็นห้องแถวเล็กๆ1ห้อง แต่คนเยอะมาก เปิดเพลงเสียงดัง

ชื่อบริษัทยาวมากครับ (ยาวพอๆกับท่าไม้ตายของมิสเตอร์ ซาตาน ใน DBZ) พอเข้า เค้าจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับ คุย

ทั่วไปและบอกว่า จะให้ไปสัมภาษณ์ที่ชั้น3 กับผู้บริหารทีละคน  แต่เมื่อถึงเวลา ก็ขึ้นกันไปหมดชั้นเลย  ในนั้นเป็นห้อง

ประชุมครับ มีกระเทยนางหนึ่ง ขึ้นมาพูดหน้าเวที  เล่าที่มาที่ไป สรุปได้ว่าเป็นบริษัทที่เปิดสอนคอมพิวเตอร์และภาษา

 ซึ่ง แต่ละคอร์ส ดูแล้วตลกมากครับ เช่น  คอร์สเรียน Microsoft word  10ครั้ง 3พันกว่าบาท   และโปรแกรมอื่นๆที่

หนีไม่พ้นโปรแกรมเบสิคที่ เด็ก ป6 สมัยนั้นก็ใช้เป็น  จากนั้นก็มานั่งประกบหลายๆคนและให้ลงทะเบียน  ในจังหวะนั้น

ก็น่าจะคล้ายกับที่หลายคนเจอในงานของเฮอร์บาไลฟ์สายผีๆนั่นล่ะครับ คือ กดดันให้ลงทะเบียน ผมเลยเสียค่าโง่จ่าย

ไป500 เพราะบอกว่าจองก่อนก็ได้  จากนั้น ก็ต้องไปอีกทุกวันครับ เพราะเค้าบอกให้ไปเรียนรู้  ทีมงานก็บอกให้ไปซื้อ

สูทตัวละ199 แถวสะพานพุทธมาใส่  หลังจากที่ผมได้ ถามกับหลายๆคนที่หลงเข้ามา ก็พบว่าไม่มีใครรู้เลยว่าไปเรียน

ที่ไหน แต่ทุกคนสนแต่เงินครับ และที่สำคัญ ตอนเข้าไปในออฟฟิศเค้าจะให้คนใหม่กรอกข้อมูลว่าใครแนะนำมา

ซึ่งคนแนะนำจะได้เงินทันทีครับ ผมเห็นเจ้าของ นั่งนับเงินเป็นปึกๆในห้องตู้กระจก    ผมไป2วัน และก็ไม่ไปอีก   นี่ล่ะ

ครับแชร์ลูกโซ่

จะเห็นเลยใช่มั้ยครับ ว่า ไม่มีเจตนาขายสินค้า แต่เจตนาระดมทุน


อีกเคสนึงครับ  เรื่องนี้เกิดขี้น ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ นับแถวหลัง น่าจะ10ปีพอดี

ชื่อบริษัทขอเอ่ยชื่อเลยล่ะกัน พอดีจำได้  และ ไอทีวีก็บุกจับมาแล้ว  นั่นก็คือ บริษัท เอเชียน เจมส์

บริษัทนี้ เค้าให้ผมนั่งรถไปกับเค้าครับ บอกว่าไปหารายได้พิเศษ  พอไปถึงก็เข้าห้องประชุม ที่มีแต่ตาสีตาสานั่ง

ห้อมล้อม

ธุรกิจนี้ ขายเพชรครับ  เค้าบอกว่า ทำเพชรส่งออก และเอาส่วนหนึ่งมาทำตลาดในไทย  โดยให้ซื้อเพชรที่มีราคาถูก

กว่าของจริงหลายสิบเท่า หลายคนหลงเชื่อขายที่นามาซื้อเพชร แล้วหาคนมาต่อๆๆๆครับ

ดีนะที่ผมไม่มีเงิน ไม่งั้นคงได้เพชรเก๊มา   ภายหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ก็ออกข่าว ไอทีวี บุกจับ  พบว่า เป็นเพชรปลอม

และมีเจตนาระดมทุนเป็นแชร์ลูกโซ่

เคสนี้จะเห็นได้ว่า เป็นเคสที่มีสินค้าครับ แต่เอาของไร้ราคามาปั่นให้มีราคาเพื่อล่อให้คนมาระดมทุน

ทั้ง2เคสที่เล่ามานี้ถือเป็นตัวอย่าง ทั้งแบบไม่มีสินค้า และมีสินค้าครับ  แต่เจตนา ก็ชัดเจนครับ  คือไม่ได้ต้องการ

ขยายธุรกิจอย่างชอบธรรม  ไม่สร้างสินค้าคุณภาพ  ธุรกิจ มีภาพลักษณ์ที่หลอกลวง



***************************
ต่อไป ผมจะขอแยก ประเภท ธุรกิจก่อนนะครับ เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา บริษัทใหม่ๆมากขึ้น

1   เป็นบริษัทที่มีโรงงานของตัวเอง ผลิตสินค้าเอง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของสินค้านั้น
2   ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าเอง
3   ซื้อสินค้ามาทำตลาด ได้ลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว
4   ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง ซื้อสินค้าทั่วไปมาทำตลาด และไม่ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้านั้นๆ

   ข้อนี้  คิดว่า ข้อไหนน่าหลีกเลี่ยงที่สุดครับ
ตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะก็ คือข้อ4ครับ  
แต่ก่อนอื่น ผมมาอธิบายตั้งแต่ข้อ1 ก่อนนะครับ

1   เป็นบริษัทที่มีโรงงานของตัวเอง ผลิตสินค้าเอง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของสินค้านั้น

บริษัทลักษณะนี้ เราจะเจอกันบ่อยครับ

เช่น บริษัทที่เปิดมานานผลิตน้ำมังคุดส่งออก มาหลายปี แต่อยากเอาสินค้าที่ตัวเป็นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่นั้นมาทำ

ตลาดในรูปแบบขายตรง บริษัทนี้ ก็จะไปเปิดบริษัทใหม่อีกชื่อหนึ่งครับ เพื่อทำธุรกิจขายตรง และเปลี่ยนแพคเก็จของ

สินค้านั้นให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

(การจดทะเบียนเป็นอีกบริษัทเพื่อทำขายตรง ก็เพื่อไม่ให้ผิดกฏหมายครับ เนื่องจาก การจดทะเบียนต้องระบุลักษณะการประกอบการของบริษัทนั้นด้วย ถ้าจดทะเบียนเป็นลักษณะโรงงาน จะมาทำขายตรงไม่ได้ครับ)

บริษัทที่มีโรงงานผลิต เองตั้งแต่แรกจะเป็นลักษณะนี้ครับ  

มีลิขสิทธิ์สินค้า ถือเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

2   ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าเอง

ลักษณะนี้ก็มีเยอะมากครับ เปิดใหม่มา ต้องการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง แต่ ไปจ้างที่อื่นผลิต

เพราะเป็นการยากครับที่เปิดมาแล้วจะมีโรงงานที่ได้รับมาตรฐานต่างๆและผลิตสินค้าได้หลายๆตัว

บริษัทที่เป็นลักษณะนี้ จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้านั้น แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีบริษัทไหนมาซื้อไปทำตลาดได้ครับ

3   ซื้อสินค้ามาทำตลาด ได้ลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

ไม่ได้สร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองขึ้นมาครับ แต่ไป เจอสินค้าดีจากที่ใดที่หนึ่ง ก็ขอรับลิขสิทธิ์ จัดจำหน่ายมา แล้ว

ทำตลาดในรูปแบบขายตรง  บริษัทลักษณะ นี้ รูปแบบสินค้า อาจจะดู จับฉ่ายมั่วตั้วซักหน่อยนะครับ  เช่น

เปิดบริษัทมา  มีสินค้า เซรั่ม กับปุ๋ย   หรือ  มีเม็ดประหยัดน้ำมัน กับน้ำหอม และปุ๋ย ฯลฯ

สังเกตุไม่ยากครับ ดู ว่า สินค้าที่มี มันเข้ากันมั้ย แพคเกจ ออกไปแนวเดียวกันหรือป่าว

ลักษณะนี้ก็ อาจจะเสี่ยงสักหน่อยครับ เนี่องจาก ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าเอง ถ้าเจ้าของสินค้านั้น เลิกผลิต

บริษัทนี้ ก็ไม่มีสินค้านั้นมาทำตลาดอีก  


4   ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง ซื้อสินค้าทั่วไปมาทำตลาด และไม่ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้านั้นๆ

บริษัทลักษณะนี้ จะซื้อของทั่วไปมาบวกราคาครับ  เพราะเค้าไม่ได้รับลิขสิทธิ์ในการทำตลาดสินค้านั้นๆเลย

เช่น เมื่อหลายปีก่อน ผมก็เจอครับ จัดที่โรงแรม แถว ประตูน้ำ   สินค้ามาเลยครับ  เขากวางอ่อน แพคเกจ โอท็อป

สุดๆ เอามาขาย ขวดละพันกว่าบาท    ซึ่งผมเคยเห็นตามร้านขายอาหารสุขภาพขวดละ 90 บาท

เครื่องเล่น ดีวีดี แฟนตาเซีย ราคา คลองถม 900  เอามาขาย 3พันกว่าบาท ฯลฯ

โดยบริษัทนี้ให้ซื้อของครั้งแรก เลือกอะไรก็ได้รวมกันให้ได้ตาที่เค้ากำหนด และให้เอาเงินมาลงอาทิตย์ละ ไม่กี่ร้อย

เพื่อรับเงินในอาทิตย์นั้นๆ   แต่อยากได้เยอะขึ้น ต้องแนะนำคน

ส่วนอีกเคสนึงก็ เกิดขี้นมาประมาณ 2ปีก่อนครับ ผมได้ไปรู้จักกับผู้บริหารคนนึงซึ่งเคยเป็นแม่ทีมบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไป

ทำหลายตัวพร้อมกัน และโยกคนสายงานอื่น จนตัวเองโดนตัดรหัส

คนผู้นี้คิดว่าตัวเองทำตลาดเป็น ก็ไปรวมเงินกับพรรคพวกเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมา

แต่สินค้านี้ ซื้อจากที่นั่นที่นี่ มา แล้ว ไม่เปลี่ยนแพคเกจซะด้วยนะ แต่ปริ้น กระดาษ A4 ไปทับชื่อผู้จัดจำหน่ายเฉยเลย  

เมื่อผมไป ค้นหาสินค้าตัวเดียวกันในกูเกิ้ล ก็พบว่า เค้าขายกันมานานแล้ว ในราคาที่ถูกกว่า 3เท่า  ผมเห็นแบบนี้ผมก็

ต้องถอยล่ะครับ  ซึ่งปัจจุบัน ทั้ง2บริษัทที่ว่านี้ก็ ถูกปิด ไปเรียบร้อย


ที่ผมโพสมา 4 ลักษณะธุรกิจนี้ จะเห็นได้นะครับ ว่า ธุรกิจ ในแบบที่1-3 นั้น บริษัท จะได้รับลิขสิทธิ์ในการทำตลาดแต่

เพียงผู้เดียว หรือเรียกว่าเป็น  distributor ดังนั้นเจตนา ก็คือขายสินค้าเอาเงินเข้าบริษัท แต่เปลี่ยนรูปแบบการทำ

ตลาดครับ  ไม่ต้องกังวลว่าที่อื่นจะทำราคาแข่ง ขายแข่งกับบริษัทตัวเองในสินค้าแบรนด์เดียวกัน


ส่วนข้อ4นั้น  ไม่ได้รับลิขสิทธืในการทำตลาดของสินค้านั้นๆเลย แต่ซื้อของมาปั่นราคา เพื่อให้คนมาลงเงิน

-------------------------------------------------------------------
ถ้าพูดถึงเอมสตาร์แล้ว  

เอมสตาร์ก็คือ ประเภท2ครับ  คือ ไม่มีโรงงาน  จ้างผู้อื่นผลิต ภายใต้การควบคุมเรื่องลิขสิทธิ์ของตัวเอง

 ตั้งใจสร้างแบรนด์สินค้า ส่งออกนอกประเทศ  ผลิตสินค้าเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

เรื่องสินค้าของแชร์ลูกโซ่ก็ คงจะแยกออกบ้างแล้วนะครับ ต่อไป มาดูแผนการตลาดกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2010, 22:55 น. โดย sanwish »

ออฟไลน์ OK

  • Administrator
  • สุดยอดนักธุรกิจมืออาชีพ
  • *****
  • กระทู้: 1071
  • คะแนนการแบ่งปัน 146
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2010, 23:19 น. »
มาแล้วเอมสตาร์
-----------------
ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2010, 23:26 น. โดย Admin »

ออฟไลน์ sanwish

  • สุดยอดนักธุรกิจมืออาชีพ
  • *****
  • กระทู้: 634
  • คะแนนการแบ่งปัน 118
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พุธ 24 กุมภาพันธ์ 2010, 00:04 น. »
ต่อกันนะครับ เรื่องของแผนการตลาด


เอมสตาร์ใช้แผนรายได้แบบ Dual linear  ซึ่งมีโมเดล แบบ ไบนารีครับ
จะมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่มั้ย มาดู กระทู้นี้กันก่อนครับ
http://thaimlm.info/talk/t347/msg2252/?topicseen#new



 จากนั้นมาที่นี่ครับ 

เจาะลึก ไบนารี ........ coming zoon

ออฟไลน์ aim4star

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 11
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์นักธุรกิจเอมสตาร์
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: อาทิตย์ 28 กุมภาพันธ์ 2010, 14:44 น. »
ขออนุญาตนำข้อความไปใช้อ้างอิงหน่อยนะครับ
นักธุรกิจเอมสตาร์น้องใหม่ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ
http://aim4star.igetweb.com

ออฟไลน์ sanwish

  • สุดยอดนักธุรกิจมืออาชีพ
  • *****
  • กระทู้: 634
  • คะแนนการแบ่งปัน 118
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: อาทิตย์ 28 กุมภาพันธ์ 2010, 16:28 น. »
ขออนุญาตนำข้อความไปใช้อ้างอิงหน่อยนะครับ

ได้ครับ

ไม่มีปัญหา 
ค่าลิขสิทธิ์ผมคิด เดือนละ 2000   

เดี๋ยวลดให้พิเศษ ครับ
 ;D ;D ;D







ล้อเล่นน่า    เอาไปลงได้ครับ แต่ใส่เครดิตนิดนึงนะ  เพราะเคยมีคนแอดมาหาผม บอกว่าเจอบทความดีมาก เอามาให้ผมอ่าน   ผมเห้น ก็ขำครับ ก็มันเป็นข้อความผมเอง แต่ใครก็ไม่รู้เอาไปใส่เวบตัวเอง แล้ว เปลี่ยนเมลล์เฉยเลย 
555

ออฟไลน์ aim4star

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 11
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์นักธุรกิจเอมสตาร์
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พุธ 3 มีนาคม 2010, 15:49 น. »
ได้ครับ

ไม่มีปัญหา 
ค่าลิขสิทธิ์ผมคิด เดือนละ 2000   

เดี๋ยวลดให้พิเศษ ครับ
 ;D ;D ;D







ล้อเล่นน่า    เอาไปลงได้ครับ แต่ใส่เครดิตนิดนึงนะ  เพราะเคยมีคนแอดมาหาผม บอกว่าเจอบทความดีมาก เอามาให้ผมอ่าน   ผมเห้น ก็ขำครับ ก็มันเป็นข้อความผมเอง แต่ใครก็ไม่รู้เอาไปใส่เวบตัวเอง แล้ว เปลี่ยนเมลล์เฉยเลย 
555

ลงเครดิตให้หมดครับทั้งยูสเซอร์และที่มา พอดีว่ากำลังจะปรับปรุงเนื้อหาของเว็บให้เป็นแนวให้ความรู้ซึ่งแต่เดิมมันออกแนวจูงใจไปหน่อย ขอบคุณครับ
นักธุรกิจเอมสตาร์น้องใหม่ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ
http://aim4star.igetweb.com

ออฟไลน์ enjoytogether

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 5
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: อาทิตย์ 28 มีนาคม 2010, 19:43 น. »
ขอไปอ้างอิงด้วยคนนะคะ ขอบคุณค่า
"จะดูเค้ารวย หรือ จะรวยให้เค้าดู"

Together Plus +
Why I Join...Why network...Why Aimstar
e-mail: enjoy.together@hotmail.com
จอยส์: 081-6323226

ออฟไลน์ Arahan

  • นักธุรกิจเครือข่าย
  • ***
  • กระทู้: 246
  • คะแนนการแบ่งปัน 19
  • Hi-Tech & Hi-Touch
    • ดูรายละเอียด
    • www.iamsnatur.com
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: จันทร์ 29 มีนาคม 2010, 09:08 น. »
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและบทความดีๆ นะครับ คุณ Sanwich  ;)

ว่าแต่ Asian James สมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมก็เคยเข้าไปฟังครับ เป็นธุรกิจ MLM แรกที่เข้าฟังเลย ประสบการณ์ก็ยังน้อยมาก ดีที่ผมไม่ได้สมัครไป  ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: จันทร์ 29 มีนาคม 2010, 20:09 น. โดย Arahan »
SMC Group : Seven Miracle Center
(บันไดมหัศจรรย์ 7 ขั้นสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย)

SMC Big : 08-6964-5534
Website : www.iamsnatur.com
MSN :arahan_23@hotmail.com
Skype : i.am.snatur

ออฟไลน์ attapon

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 34
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: จันทร์ 29 มีนาคม 2010, 11:53 น. »
มันเป็นเรื่องที่เปลาะบางมากๆครับ ถ้าเลี้ยวผิดองศานิดนึงรับรองเราอาจจะแน่นิ่งไปได้ครับ
ดังนั้นอยากให้หลายๆคนที่ทำ AS พยายามทำความเข้าใจจุดนี้ให้มากๆนะครับ
เอาด้วยหลักการและเหตุผล ผมเชื่อว่าทุกๆคนทำได้แน่นอนครับ

แล้วความมั่นใจของเราจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นกองครับ
I love Aim Star
อยากทำธุรกิจเครือข่าย-ให้คำแนะนำธุรกิจเครือข่าย: 0863302548 ฟรี
MSN: attapon_tom[at]hotmail
Twitter: http://twitter.com/iphonemods
Facebook: http://facebook.com/attapon

ออฟไลน์ 99MoneyOnline

  • นักธุรกิจเครือข่าย
  • ***
  • กระทู้: 118
  • คะแนนการแบ่งปัน 9
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: จันทร์ 10 มกราคม 2011, 02:10 น. »
มันเป็นเรื่องที่เปลาะบางมากๆครับ ถ้าเลี้ยวผิดองศานิดนึงรับรองเราอาจจะแน่นิ่งไปได้ครับ
ดังนั้นอยากให้หลายๆคนที่ทำ AS พยายามทำความเข้าใจจุดนี้ให้มากๆนะครับ
เอาด้วยหลักการและเหตุผล ผมเชื่อว่าทุกๆคนทำได้แน่นอนครับ

แล้วความมั่นใจของเราจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นกองครับ

เห็นด้วยที่สุดครับ

ออฟไลน์ Thongpan

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 1
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พุธ 12 มกราคม 2011, 15:03 น. »
ดิฉันเสียค่าโง่ไปแล้วทำไงดีคะ :(

ออฟไลน์ sanwish

  • สุดยอดนักธุรกิจมืออาชีพ
  • *****
  • กระทู้: 634
  • คะแนนการแบ่งปัน 118
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: จันทร์ 7 กุมภาพันธ์ 2011, 18:37 น. »
เอมสตาร์ ยอดขายตั้ง 15000 ล้านบาท -  -



อ่าน นสพ บ้างก็ได้ครับ  ;D

ออฟไลน์ kane001

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 1
  • คะแนนการแบ่งปัน 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: อังคาร 22 กุมภาพันธ์ 2011, 21:26 น. »
การจดทะเทียน สคบ ที่ถูกต้องนั้นต้องสามสายงานขึ้นไปไม่ใช่หรอ ทำไม เอม สตรา  มีแผนการตลาดแค่สองขา หรือ
มายนารี่ เรียกอย่างคือ 2ขายล่าวิญญาณนั่นเอง

ออฟไลน์ LoneLy

  • นักธุรกิจเครือข่าย
  • ***
  • กระทู้: 173
  • คะแนนการแบ่งปัน 12
    • ดูรายละเอียด
    • http://betterlifethai.com/
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: อังคาร 22 กุมภาพันธ์ 2011, 21:29 น. »
การจดทะเทียน สคบ ที่ถูกต้องนั้นต้องสามสายงานขึ้นไปไม่ใช่หรอ ทำไม เอม สตรา  มีแผนการตลาดแค่สองขา หรือ
มายนารี่ เรียกอย่างคือ 2ขายล่าวิญญาณนั่นเอง
ถ้าอย่างั้นก็มีอีกหลายๆบริษัทไม่ผ่านสิครับ ถ้าสามสายงานขึ้นไปจริงๆเดียวนี้มีไม่เยอะมากหรอกครับที่ดังๆอะครับ
มาสร้างความสำเร็จกับ Deva Group. ที่  Better Life กันเถอะ!!!
http://betterlifethai.com/
ตอนนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง
โทรมาสอบถามที่ 0840022823 ซิด

ออฟไลน์ T_T

  • มือใหม่หัดทำธุรกิจเครือข่าย
  • *
  • กระทู้: 44
  • คะแนนการแบ่งปัน 6
    • ดูรายละเอียด
Re: Aimstar network : เอมสตาร์ = แชร์ลูกโซ่ ?
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: อังคาร 22 กุมภาพันธ์ 2011, 22:07 น. »
ถ้าอย่างั้นก็มีอีกหลายๆบริษัทไม่ผ่านสิครับ ถ้าสามสายงานขึ้นไปจริงๆเดียวนี้มีไม่เยอะมากหรอกครับที่ดังๆอะครับ
เห็นด้วยกับคุณ LOnly นะคะ ตอนนี้บริษัท มากมายก็เปลี่ยนมาใช้แผนการตลาดแบบ Binary กันเยอะขึ้นมาก จริงอยู่ค่ะ ว่าสมัยก่อนประวัติบริษัทที่ใช้แผนการตลาดแบบ Binary นั้นออกมาไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แต่ปัจจุบัน ก็มีให้เห็นต้นแบบแห่งความสำเร็จจากแผน Binary มากกมายที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น USANA เอง Agel หรือ Monvie ที่ล้วนเปิดมากว่าครึ่งทศวรรษ และประสบความสำเร็จไปในหลายประเทศทั่วโลก และตัวอย่างที่ทำให้หลายคนทึ่งกับความสามารถคนไทย คงเป็น บริษัท Aimstar ที่เป็นบริษัทคนไทย ที่ทำการตลาดภายใต้แผนที่ช่วงแรกถูกโจมตีเรื่องความมั่นคงมากที่สุด แต่ก็จบสกอร์สิ้นไป ถึงแม้ไม่ตามเป้าแต่ก็ก้าวกระโดดเลยทีเดียว

ความเห็นส่วนตัวของไอด์เอง มองว่า ไบนารี่ ณ นาทีนี้ อาจเป็นแผนการตลาดที่ตอบโจทย์ ตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นมากๆอย่างบ้านเราได้ โดยต้องวัดกันแล้วล่ะค่ะ ว่า วันนี้ จะอวดอ้างกันว่าจ่ายเร็วจ่ายง่ายอย่างไร คงไม่สำคัญ เท่า จ่ายได้จริงและจ่ายได้อย่างยั่งยืน บวกกับสินค้าที่มีคุณภาพในการทำตลาดได้ และมีการซื้อซ้ำ ในเชิงของการบริโภคจริงไม่ใช่กักตุนและดันยอด 

 

ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน


MLMRanking.INFO © 2008-2012,